UFABETWINS รู้หรือไม่ : กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว โอลิมปิกมีจัดแข่งศิลปะ?

UFABETWINS เมื่อพูดถึงการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก หลายคนจะมักจะนึกถึง ไมเคิล เฟลป์ส นักกีฬาว่ายน้ำเจ้าของ 22 เหรียญทอง หรือ ยูเซน โบลต์

นักวิ่งเจ้าสายฟ้าฟาด เพราะโอลิมปิกคือการแข่งกีฬาทางกายภาพที่ดุเดือด เป็นงานระดับโลกที่รวมสุดยอดนักกีฬาเจ้าของการทำลายสถิติโลกในด้านต่าง ๆ แต่ทราบหรือไม่ว่า กาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว คุณสามารถคว้าเหรียญโอลิมปิกได้ด้วยการวาดภาพสีน้ำของนักแข่งเรือใบในเวลารุ่งสาง หรือปั้นรูปปั้นของนักมวยปล้ำชาวกรีกที่เก่งที่สุด นี่คือ การแข่งขันศิลปะใน

มหกรรมกีฬาแห่งมวลมนุษยชาติอย่างโอลิมปิก มันเกิดขึ้นได้อย่างไร เหตุใดจึงหยุดชะงักไป และทำไมถึงไม่ค่อยมีคนรู้จักการแข่งขันเหล่านี้ ความตั้งใจของปิแอร์ ปิแอร์ เดอ กูเบอร์แตง ผู้ก่อตั้งโอลิมปิกสากล คือบุคคลผู้ชุบชีวิตกีฬาโอลิมปิกขึ้นมาใหม่ เพราะเขาคือผู้นำการแข่งขันโอลิมปิกยุคโมเดิร์น กลับมาจัดอีกครั้งในปี 1896 โดยมีกรีซ เป็นเจ้าภาพในการแข่งขันครั้ง

แรก อย่างไรก็ดี ขุนนางชาวฝรั่งเศส ยังมีความฝันอันยิ่งใหญ่อีกเรื่อง นั่นคือการนำศาสตร์แห่งศิลปะและความแข็งแกร่งทางร่างกายมาผนวกรวมกัน เขาพยายามผลักดันให้มีการแข่งขันศิลปะในโอลิมปิก “ถึงเวลาแล้ว สำหรับการเข้าสู่ช่วงสมัยใหม่ ช่วงเวลาที่จะฟื้นฟูโอลิมปิกให้กลับมาสวยงามดังเดิม เพื่อสานต่อเจตนารมณ์จาก Nero ผู้พิชิตกรีซ ที่มุ่งมั่นที่จะรวบรวมงาน

ของศิลปินผู้ผลิตศิลปะและวรรณกรรมจากริมฝั่งแม่น้ำ Alphaeus ให้เข้าร่วมกับงานกีฬานี้ เพื่อรับรองความยิ่งใหญ่ของโอลิมปิก โดยเจตนารมณ์นี้จะต้องได้รับการสานต่อต่อไปในอนาคต” “นี่คือสิ่งที่เป็นไปได้และเป็นสิ่งที่น่าพอใจที่ควรเกิดขึ้น ในการเฉลิมฉลองในอนาคต เช่นเดียวกับในสมัยโบราณ ที่จะรวมกล้ามเนื้อและจิตใจให้เป็นหนึ่งเดียวกัน” นี่คือคำประกาศ

ของ ปิแอร์ เดอ กูเบอร์แตง ที่บันทึกไว้ในบทความชื่อ “the Roman Olympiad” หรือ โอลิมปิกโรมัน ซึ่งตีพิมพ์ในหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ Le Figaro เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม พ.ศ. 1904 อันเป็นระยะเวลา 10 ปีหลังจากการกลับมาของเกมโอลิมปิก ในเดือนพฤษภาคม 1906 ปิแอร์ เดอ กูเบอร์แตง ได้จัดให้มี “การประชุมที่ปรึกษาด้านศิลปะวรรณกรรมและกีฬา” ที่

Comédie-Française ในปารีส โดยผู้เข้าร่วมประมาณ 60 คน ซึ่งประกอบด้วยศิลปิน 30 คนและสมาชิกคณะกรรมการโอลิมปิกสากล 5 คน ความพยายามของเขาบรรลุผล เมื่อคณะกรรมการยินยอมให้มีการแข่งขันศิลปะในโอลิมปิกได้สำเร็จ โดยจะเริ่มการประกวดงานศิลปะครั้งแรกในปี 1912 ที่สต็อกโฮล์ม โดยมีประเทศสวีเดนเป็นเจ้าภาพ “ที่ประชุมมีมติเป็น

UFABETWINS

เอกฉันท์ให้มีการจัดการแข่งขัน 5 ประเภท ได้แก่ สถาปัตยกรรม ประติมากรรม จิตรกรรม วรรณกรรม และดนตรี ซึ่งต่อจากนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของโอลิมปิก และมีสถานะเดียวกันกับการทดสอบกีฬา โดยเงื่อนไขคือ ผลงานที่นำเสนอควรได้รับแรงบันดาลใจจากแนวคิดเรื่องกีฬาหรืออ้างถึงเรื่องกีฬาโดยตรง” มติการประชุมได้เผยแพร่ผ่าน Revue Olympique ฉบับเดือน

มกราคมปี 1910 โดยในการแข่งขันเกี่ยวกับศิลปะทั้งหมด ผู้ชนะเลิศ อันดับ 2 และ อันดับ 3 จะมีสิทธิ์ได้รับเหรียญรางวัล พร้อมกับมีพิธีมอบเหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง เหมือนนักกีฬาคนหนึ่ง ทั้งนี้ งานศิลปะที่จะเข้าร่วมการประกวดได้ ถูกกำหนดให้เป็นไปตามกฎของทางการโอลิมปิก นั่นก็คือจะต้อง “สัมพันธ์อย่างชัดเจนกับความเป็นโอลิมปิก”

ตัวอย่างเช่น การประพันธ์ดนตรี ต้องเป็นดนตรีที่ “เชิดชูอุดมคติของการแข่งขันกีฬา หรือของนักกีฬา เป็นศิลปะที่นำเสนอที่เกี่ยวข้องกับเทศกาลกีฬา” ส่วนข้อกำหนดที่น่าสนใจอื่น ๆ เช่น สำหรับรายการวรรณกรรม จำกัดให้เขียนได้ไม่เกิน 20,000 คำ โดยหมวดหมู่แบ่งออกเป็นงานละคร งานโคลงสั้น ๆ และกวีนิพนธ์ระดับมหากาพย์ หรือให้เวลาหนึ่งชั่วโมง สำหรับการนำ

เสนอผลงานดนตรีแต่ละชิ้น ยุครุ่งเรือง จากครั้งแรกในปี 1912 การประกวดศิลปะในโอลิมปิกยังคงดำเนินมาเรื่อย ๆ และได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ในปี 1924 ที่ปารีส พวกเขามีตัวแทนจาก 23 ประเทศ ที่ร่วมกันส่งผลงานกว่า 189 ชิ้นเข้าร่วมประกวด หรือในปี 1928 ในโอลิมปิกที่อัมสเตอร์ดัม มีศิลปินร่วมกันส่งผลงานถึง 1,150 ชิ้น ทั้งในสาขาสถาปัตยกรรม

ภาพวาด ประติมากรรม และยังมีการประพันธ์ดนตรีและวรรณกรรม 62 รายการ รวมถึงหมวดหมู่ย่อยนอกเหนือจากห้าหมวดหมู่หลักอีกด้วย โดยในโอลิมปิกครั้งนั้น ผลงานดังกล่าวยังได้นำไปจัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์ Stedelijk ในอัมสเตอร์ดัม ซึ่งได้ดึงดูดผู้คนให้หลั่งไหลไปชมงานศิลปะที่เป็นแชมป์โอลิมปิกจำนวนมาก เช่นเดียวกับในโอลิมปิก 1932 ที่ ลอสแองเจลิส

UFABETWINS

เมื่อมีศิลปินจาก 31 ประเทศที่ร่วมกันส่งผลงานมากกว่า 1,000 ชิ้น ซึ่งทำให้มีคนจำนวนมหาศาลแห่กันมาชมผลงานทางศิลปะที่พิพิธภัณฑ์ลอสแองเจลิส หลังการแข่งขันสิ้นสุดลง อย่างไรก็ดี ผู้ร่วมการแข่งขันศิลปะโอลิมปิก ใช่ว่าจะเป็นศิลปินอย่างเดียวเสมอไป หลายคนยังมีส่วนร่วมในการแข่งขันกีฬา ยกตัวอย่างเช่น วอลเตอร์ วินานส์ ชาวอเมริกัน และ อัลเฟรด

ฮาญอส ชาวฮังการี ที่ต่างประสบความสำเร็จทั้งในด้านศิลปะและกีฬา วินานส์ คือเจ้าของเหรียญทองการแข่งขันยิงกวางเรนเดียร์ประเภท double-shot ในโอลิมปิก 1908 ที่ลอนดอน และเคยคว้าเหรียญเงินประเภททีมการแข่งขัน ยิงกวางเรนเดียร์ ระยะ 100 เมตรแบบ single shot ในโอลิมปิก 1912 ที่สตอกโฮล์ม ซึ่งในครั้งเดียวกันนี้ เขายังได้รับรางวัลเหรียญทองจาก

ประติมากรรมขี่ม้าของเขา จากผลงานที่ชื่อว่า “An American Trotter” ในขณะที่ ฮาญอส เขาคือแชมป์ว่ายน้ำโอลิมปิก 2 สมัยที่เอเธนส์ ในปี 1896 (ฟรีสไตล์ 100 ม. และ 1,200 ม.) ก่อนที่จะเข้าร่วมการแข่งขันสถาปัตยกรรมในปารีสในปี 1924 ซึ่งเขาได้รับรางวัลเหรียญเงินร่วมกับเพื่อนร่วมชาติอย่าง เดสโซ เลาแบร์ สำหรับการออกแบบสนามกีฬา เท่าที่ฟังมันก็ดูราบ

รื่นดี แต่เพราะเหตุใด การแข่งขันศิลปะในโอลิมปิก จึงไม่ค่อยเป็นที่พูดถึง และมีเพียงไม่กี่คนที่รู้จักกับการแข่งขันเหล่านี้? การแข่งขันที่โลกลืม ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่ามองในด้านประวัติศาสตร์ศิลปะ หรือ ประวัติศาสตร์โอลิมปิก ต่างเห็นตรงกันว่า นี่คือประวัติศาสตร์ที่ไม่ได้มีความสลักสำคัญเท่าใดนัก นั่นเป็นเพราะกฎกติกาที่แปลกประหลาด อย่างการไม่อนุญาตให้

ศิลปินมืออาชีพเข้าร่วม ทำให้มีศิลปินชื่อดังเพียงไม่กี่คนที่เคยเข้าร่วมการแข่งขันศิลปะโอลิมปิก ในบรรดาผู้ที่ได้รับรางวัลเหรียญโอลิมปิกด้านศิลปะที่เป็นที่รู้จักกันดี มีเพียงแค่ ชาร์ล ดาวนิง เลย์ สถาปนิกชาวอเมริกันและ โจเซฟ เว็บสเตอร์ โกลิงคิน ผู้ซึ่งโด่งดังจากการออกแบบแสตมป์อเมริกัน ยิ่งไปกว่านั้น รายละเอียดต่าง ๆ เกี่ยวกับการประกวดศิลปะ

(และศิลปินที่ได้รับเหรียญรางวัลหลายคน) ได้ถูกลืมเลือนไปในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เพราะแทบไม่ได้รับความสนใจ เนื่องจากหลักฐานสำคัญเกี่ยวกับการแข่งขันนี้หายไปเป็นจำนวนมาก แม้จะเคยมีคนพยายามตามหาข้อมูลเพิ่มเติมของการแข่ง แต่ก็ต้องพบกับความผิดหวัง แบร์นฮาร์ด เครเมอร์ นักประวัติศาสตร์โอลิมปิก ผู้ออกตามหาผลงานแชมป์ศิลปะโอลิมปิก

ที่หายไปเหล่านี้ กล่าวว่า “น่าเศร้าที่ศิลปินและผลงานศิลปะที่ได้รับเหรียญรางวัลจำนวนมากต้องสูญหายไปในประวัติศาสตร์” เอกสารบันทึกของเขา ทั้งหน้าเต็มไปด้วยข้อความที่เขียนในทำนองเดียวกันว่า “ไม่สามารถให้หลักฐานเอกสารได้ในขณะนี้” “บทกวีของเธอก็สูญหายไปเช่นกัน” และ “ไม่พบภาพวาดของ เกอร์ฮาดุส เบอร์นาดุส เวสเตอร์มานน์ ที่ได้รับรางวัลเหรียญ

ทองแดง” อย่างไรก็ตาม มีเอกสารของการแข่งขันครั้งหนึ่งที่ยังถูกบันทึกไว้อย่างดีที่สุด นั่นคือการแข่งขันที่จัดขึ้นในเกมฤดูร้อนปี 1936 ที่กรุงเบอร์ลิน ศิลปะโอลิมปิก ณ กรุงเบอร์ลิน เอกสารรายงานอย่างเป็นทางการของการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกครั้งที่ 11 ปี 1936 ถูกบันทึกไว้เป็นอย่างดี ซึ่งในเอกสารไม่เพียงแต่ร้อยเรียงให้ผู้อ่านได้เห็นภาพที่น่าตื่นตาของปรากฏการณ์

ศิลปะโอลิมปิกที่แปลกประหลาดและน่าทึ่งนี้เท่านั้น แต่ยังบันทึกบางสิ่งบางอย่างที่ไม่ควรจะเกิดขึ้น นั่นคือการมีเจ้าภาพอยู่ในคณะกรรมการผู้ตัดสินนานาชาติ ในจำนวนที่มากเกินไป โดยในการแข่งขันครั้งนั้น พวกเขามีกรรมการชาวเยอรมันถึง 29 คน และกรรมการจากประเทศอื่น ๆ ในยุโรปเพียง 12 คน สัดส่วนของคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยไม่เป็นธรรมเช่นนี้ ไม่ได้เกิด

ขึ้นกับทุกประเทศ แต่ก็ต้องยกเว้นอเมริกาไว้อีกประเทศหนึ่ง เพราะในการแข่งขันศิลปะโอลิมปิกที่สหรัฐอเมริกาในปี 1932 ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการชาวอเมริกันเข้าไปถึง 24 คนจาก 30 คน และการมีกรรมการที่ส่วนใหญ่เป็นคนของเจ้าภาพ

ก็ทำให้ผลที่ตามมาไม่ได้ผิดคาดไปมากมายนัก เมื่อในการแข่งขันครั้งนั้น ศิลปินชาวเยอรมันได้รับเหรียญทองกันมากเป็นประวัติการณ์ โดยคว้าไปถึง 5 จาก 9 เหรียญในปีนั้น และห่างไกลจากผลงานที่ผ่านมา เพราะตั้งแต่โอลิมปิกฤดูร้อนปี 1928 และ 1932 พวกเขาเพิ่งจะคว้าเหรียญทองมาได้แค่เหรียญเดียวเท่านั้น

คลิ๊กเลย >>>  https://www.ufabetwins.com/

อ่านข่าวเพิ่ม >>>  บ้านผลบอล